กทม. จับมือ “กรุงเทพธนาคม” เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามโครงการ Green Bangkok 2030

0
12

“กรุงเทพมหานคร” จับมือ “กรุงเทพธนาคม” เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามโครงการ Green Bangkok 2030 และกิจกรรม CSR ปลูกต้นไม้รอบโรงงานกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอย​อ่อนนุช ปราศจากก๊าซอันตรายจากการเผาไหม้ 100 เปอร์เซ็นต์ เตรียมปรับโฉมเปลี่ยน บ่อขยะเป็นป่ากลางกรุง เดินหน้าภารกิจร่วมพัฒนากรุงเทพฯให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน

ที่โรงงานกำจัดมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาด 800 ตันต่อวัน ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม และพนักงานบริษัทฯ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโรงงาน ตามโครงการ Green Bangkok 2030 และจัดขึ้นเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ของบริษัท เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อชุมชนรอบโครงการ

นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้มีโครงการ Green Bangkok 2030 โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นการบริการประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์กรอนามัยโลกโดยกำหนดให้แต่ละเมืองมีพื้นที่สีเขียวในอัตรา 9 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ซึ่งกรุงเทพมหานครตั้งเป้าไว้ภายในปี 2573 จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ถึง 10 ตารางเมตรต่อคน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนตลอดจนภาคีเครือข่ายภายใต้โครงการ Green Bangkok 2030


โอกาสนี้เป็นที่น่ายินดี ที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ กรุงเทพมหานครว่าจ้างให้ดำเนินการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนด้วยเทคโนโลยีเชิงกล – ชีวภาพ (MBT) ขนาด 800 ตันต่อวัน ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมบริเวณในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และให้การสนับสนุนโครงการ Green Bangkok 2030 ของกรุงเทพมหานคร ด้วยการนำผู้บริหารและพนักงานของบริษัท มอบต้นไม้ จำนวน 3,000 ต้น พร้อมปลูก ประกอบด้วยต้นสนประดิพัทธ์ ต้นทองอุไร และต้นเตยหอม และร่วมพัฒนาทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบโครงการบริหารจัดการมูลฝอยอ่อนนุช ซึ่งนอกจากเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยังเพิ่มการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้มีความสะอาด ร่มรื่น สวยงามและลดผลกระทบทางด้านกลิ่นและมลพิษทางอากาศให้กับชุมชนบริเวณโดยรอบโครงการบริการจัดการมูลฝอย อ่อนนุช


ทั้งนี้โครงการ Green Bangkok 2030 ระยะที่ 1 ได้ดำเนินการนำร่องไปแล้ว 11 โครงการ เช่น สวนปิยะภิรมย์ เขตบางกะปิ พื้นที่ 10 ไร่ สวนสันติพร เขตพระนคร พื้นที่ 25 ไร่ สวนสาธารณะบริเวณทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหาร เขตลาดกระบัง มีพื้นที่ 18 ไร่ ดังนั้น กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองสีเขียวสิ่งแวดล้อมที่ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน กรุงเทพมหานคร จึงขอขอบคุณผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และพนักงานผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนและเราจะจับมือกันเพื่อเป้าหมายคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน และความยั่งยืนของกรุงเทพมหานครต่อไป


ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ได้ให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกๆ โครงการที่ดำเนินงาน เช่นการใช้เรือพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ในโครงการพัฒนาการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมที่ปลอดทั้งมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียงเป็นเส้นทางเดินเรือสายแรกของประเทศไทย และการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในโครงการกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งโรงงานกำจัดมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาด 800 ตันต่อวัน ของบริษัทฯ​ ได้ใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ ปราศจากก๊าซอันตรายจากการเผาไหม้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้กระบวนการหมักน้ำขยะเพื่อให้เกิดก๊าซและนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และบริษัทฯได้คำนึงถึงการดูแลสภาพแวดล้อมภายในโรงงาน จึงได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดกลิ่นและลดผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง อีกทั้งยังช่วยลดฝุ่นละอองและเพิ่มความร่มรื่นสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามให้กับพื้นที่ โดยกิจกรรมในวันนี้จะมีการปลูกต้นไม้ 3 ระดับ คือ ต้นสนประดิพัทธ์ สูง 6 เมตร ต้นทองอุไรสูง 1.5 เมตร และต้นเตยหอม รวมจำนวน 3,000 ต้น โดยที่ผ่านมาได้ปลูกต้นไม้บริเวณโรงงานกำจัดมูลฝอยติดเชื้อของบริษัทฯที่อยู่ภายในศูนย์ฯอ่อนนุช และที่ศูนย์ฯหนองแขมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมCSR ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ช่วยลดฝุ่นละออง รอบโครงการของบริษัท


ดร.เกรียงพล กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนด้วยเทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (MBT) ขนาด 800 ตันต่อวัน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ว่าจ้างบริษัทดำเนินโครงการ ระยะเวลาสัญญา 20 ปี ถือเป็นโรงงานกำจัดมูลฝอยผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร โดยมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 3 เมกกะวัตต์ เป็นโครงการต้นแบบและนำร่องการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนแบบบูรณาการด้วยกระบวนการเชิงกล-ชีวภาพ หรือ Mechanical-Biological-Treatment : MBT เป็นการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และมีความเหมาะสมกับสภาพของมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ที่องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ โดยมีผลพลอยได้เป็นขยะเชื้อเพลิง (RDF) และขยะรีไซเคิล ซึ่งจะเหลือกากของเสียที่ต้องนำไปกำจัดน้อยที่สุด


สำหรับขั้นตอนการทำงานคือ มูลฝอยที่เข้ามาจะถูกนำเข้าไปยังระบบคัดแยกเพื่อแยกมูลฝอยขนาดใหญ่ และมูลฝอยประเภทโลหะ ส่วนที่เหลือนำเข้าบำบัดต่อด้วยระบบย่อยสลายทางชีวภาพ ซึ่งประกอบด้วยถังเตรียมหมัก (BIODAMP) และเครื่องบีบอัด (Screw Press) ในขั้นตอนนี้จะแยกกากของขยะเป็นขยะเชื้อเพลิง(RDF) และได้น้ำชะมูลฝอยความเข้มข้นสูงส่งไปยังถังหมักแบบไร้อากาศ (Anaerobic Digestion ; AD) เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพก่อนส่งเข้าสู่เครื่องผลิตไฟฟ้า เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป

ดร.เกรียงพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้โครงการได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดทดลองระบบมาระยะเวลาหนึ่ง ผลการดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมาย และบริษัทฯได้คำนึงถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการทำกิจกรรมเพื่อสังคมตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน สร้างถนนให้แก่ชุมชนที่อยู่ติดกับโครงการ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างรูปแบบโซลาเซลล์เพื่อความปลอดภัยแก่ชุมชน รวมทั้งได้นำส่งเงินเข้า “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า” เพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณาจัดสรรไปดูแลประชาชนและชุมชนโดยรอบอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง