สสว. ดัน SME ไทยรุก Green Business งาน Grand Halal-ไทยเที่ยวไทย ปักหมุดตลาดโลก
ปัจจุบัน บริบทเศรษฐกิจและการค้าทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับมิติความยั่งยืนอย่างเข้มงวด ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าหลักเร่งบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและกติกาการค้าใหม่ อาทิ สหภาพยุโรปที่เริ่มใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และข้อบังคับต่อต้านการฟอกเขียว (EU Greenwashing Directive) ที่มีบทลงโทษปรับสูง
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาส่วนเพิ่ม (Sustainability Premium) ให้แก่สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.7% แรงกดดันเหล่านี้ทำให้การปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจไปสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ใช่เรื่องของการทำCSR หรือการกุศลอีกต่อไป แต่คือกลยุทธ์หลักทางธุรกิจในการสร้าง “แต้มต่อทางการตลาด” (Green Competitive Advantage) เพื่อขยายฐานลูกค้าและเข้าถึงซัพพลายเชนยุคใหม่ในเวทีสากล
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “ความคืบหน้าของโครงการส่งเสริม SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียวในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของ MSME ไทยที่ตื่นตัวรับมือกับกติกาโลกใหม่ สสว. เชื่อมั่นว่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือภาระต้นทุน แต่คือแต้มต่อทางการแข่งขันที่สำคัญในปัจจุบัน
“การที่ สสว. เข้ามาช่วยสนับสนุนตั้งแต่การประเมิน Green SME Index การให้คำปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการช่วยทวนสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เช่น CFO, CFP, Green Hotel และ Green Production โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จะช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มศักยภาพ ลดต้นทุนในกระบวนการผลิต (Green = Lean) และเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่โปร่งใส ที่สำคัญที่สุดคือการที่ สสว. ผลักดันให้ผู้ประกอบการได้ออกสู่ตลาดจริง ซึ่งความสำเร็จจากการเข้าร่วมงาน Grand Halal Bangkok 2026 ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า สินค้าสีเขียวของไทยมีตลาดรองรับและได้รับความสนใจจากคู่ค้าอย่างมาก และการมุ่งสู่ปลายทางถัดไปในงานไทยเที่ยวไทย จะยิ่งช่วยต่อยอดสร้างรายได้และขยายโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
สำหรับการดำเนินงานด้านการตลาด โครงการฯ ได้ต่อยอดนำผู้ประกอบการที่ผ่านการยกระดับความรู้เข้าสู่การทดสอบและขยายตลาดผ่านงานแสดงสินค้าระดับประเทศและสากล โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกบูธฟรี ซึ่งภาพรวมความคืบหน้าดำเนินการ แบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่
งานแสดงสินค้า Grand Halal Bangkok 2026 ที่ผ่านมา โดย สสว. ได้พาผู้ประกอบการภาคการผลิต สินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร และเครื่องดื่มสีเขียวจำนวน 7 ราย เข้าร่วมแสดงสินค้า ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจ (B2B) กับคู่ค้าในตลาดฮาลาลสากล และได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานอย่างมาก จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นเรื่องมาตรฐานคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน
งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 (20–23 ส.ค. 2569 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) เตรียมพร้อมต่อยอด สสว. เตรียมนำผู้ประกอบการภาคบริการ การท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พักรักษ์โลก ร้านอาหาร และ Wellness สีเขียว จำนวน 15 ราย เข้าออกบูธเสนอขายแพ็กเกจสินค้าและบริการแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวสาย Eco-Tourism และกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นยอดขายจริงและสร้างรายได้หมุนเวียนในภาคการท่องเที่ยว
จากการทดสอบการตลาดทั้งสองงาน สามารถสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้ถึง 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแล้ว ในขั้นตอนต่อไปของโครงการ สสว. เตรียมจัดกิจกรรม Business Matching ประสานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ประกอบการ SME ไปยังผู้ให้บริการธุรกิจสีเขียว ในวันที่ 26 ส.ค. 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับหน่วยตรวจรับรองมาตรฐาน สถาบันการเงินชั้นนำเพื่อเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) รวมถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวให้สมบูรณ์ โดยคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 69 ล้านบาท สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ต่อไป