มาสเซโต สุดยอดไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน
ตอนที่แล้วนำเสนอเรื่องการโจรกรรมไวน์ครั้งใหญ่ 30,000 ขวด มูลค่าประมาณ 5.8 ล้านยูโร จากคลังเก็บไวน์ของบริษัท มาร์เคซี อันติโนริ (Marchesi Antinori) ผู้ผลิตไวน์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี ในในแคว้นทัสกานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี
ไวน์ที่ถูกขโมยล้วนเป็นไวน์ยอดนิยมและราคาสูง ประกอบด้วย ติญญาเนลโล (ติญญาโน) โซลายา (Solaia) และ กวาโด อัล ทัสโซ (Guado al Tasso) โดยเฉพาะ โซลายา วินเทจ 2023 ถูกขนไปถึง 10,000 ขวด
มีท่านผู้อ่านหลายคนที่ไม่ได้อยู่วงการไวน์จริงๆ แต่สนใจสอบถามกันมาว่าทำไมโจรจึงเอาแต่ไวน์ดังกล่าว เพื่อให้เรื่องราวต่อเนื่องกัน ก็ถือโอกาสนี้พูดถึงเสียเลย
ไวน์ทั้งหมดนั้นเป็นไวน์ที่เรียกว่า ซูเปอร์ ทัสกัน (Super Tuscan) เป็นไวน์ “อิตาเลียน เบลนด์” (Italian Blend) ที่สร้างชื่อเสียงและมูลค่าราคาให้กับไวน์อิตาลีมากที่สุด เป็นที่ต้องการของคอไวน์ทั่วโลกมากกว่าไวน์อิตาลีทั่ว ๆ ไป

ส่วนหนึ่งของไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน
ไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน ความหมายคร่าวๆ คือไวน์ที่ผลิตในแคว้นทัสกานี ซึ่งไวน์ที่จะได้ดีโอซี (DOC) ต้องใช้องุ่นซานโจเวเซ (Sangiovese) เป็นหลักอย่างน้อย 70% เบลนด์เล็กน้อยด้วยพันธุ์อื่นๆ อีก 2-3 พันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่
ต่อมามีผู้ผลิตบางรายใช้องุ่นสายพันธุ์นานาชาติหรือสายพันธุ์คลาสสิก เช่น กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง, กาแบร์กเนต์ ฟรอง, แมร์กโลต์ และซีฮราห์ เป็นต้น เกินกำหนด บางรายไม่ใช้ซานโจเวเซเลย
จากการที่ผู้ผลิต ไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน ใช้องุ่นสายพันธุ์คลาสสิกดังกล่าว จึงถือว่าอยู่นอกกฎหมายฉบับที่ 164/1992 ชื่อว่า “New Disciplinary Code for Denomination of Wines of Origine” บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1992 (เป็น DOC ในวันที่ 5 พฤศจิกายน1994)
พวกเขาจึงไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นไวน์เกรดดีโอซี (DOC) หรือดีโอซีจี (DOCG) แต่เป็นได้เพียงเกรด VdT (Vino da Tavola หรือ Table wine) เท่านั้น บ้านเราสมัยก่อนเรียกกันว่าไวน์ขบถ
ในปี 1992 รัฐบาลกำหนดการจำแนกคุณภาพไวน์ใหม่ขึ้นมา และจัดให้ Super Tuscan จาก Vino da Tavola ขึ้นอยู่ในระดับไอจีที (IGT= Indicazione Geografica Tipica) หรือการบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทั่วไป คือจะเน้นแหล่งกำเนิดของไวน์มากกว่าลักษณะและสายพันธุ์องุ่น

ไร่ออร์เนลลายา
บริษัท มาร์เคซี อันติโนริ (Marchesi Antinori) ที่ถูกล้วงคองูเห่าในครั้งนี้ มีไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน อยู่ในอาณาจักรถึง 3 ตัว ตัวท็อปคือ ซาสสิกายยา (Sassicaia) รองลงมาคือ โซลายา (Solaia) ตามด้วย ติญญาเนลโล (Tignanello) ซึ่ง 2 ตัวท้ายนี่เองที่โดนขโมยไป
อย่างไรก็ตาม “ซูเปอร์ ทัสกัน” ตัวแพงที่สุด ไม่ใช่ของตระกูลบริษัท มาร์เคซี อันติโนริ แต่เป็นของบริษัท เตนูตา เดล ลอร์เนลลายา (Tenuta dell’Ornellaia) ซึ่งมีไวน์ที่ถือว่าแพงที่สุดของซูเปอร์ ทัสกันคือ มาสเซโต (Masseto) รองลงไปคือ ออร์เนลลายา (ออร์เนลลา)
บริษัท เตนูตา เดล ลอร์เนลลายา ก่อตั้งในปี 1981 โดย มาร์เคเซ โลโดวิโก อันติโนริ (Marchese Lodovico Antinori) ณ เมืองโบลเกรี (Bolgheri) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงของแคว้นทัสกานี
มีพื้นที่ปลูกองุ่น 99 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) ปลูกองุ่นแดงสายพันธุ์คลาสสิกจากฝรั่งเศสล้วนๆ คือกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และแมร์กโลต์ (Merlot) ตามด้วยกาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) และเปอติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) มีองุ่นเขียวเล็กน้อย
มาร์เคเซ โลโดวิโก อันติโนริ นั้นต้องการทำไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ (Bordeaux Blend) และเล็งเห็นมาตลอดว่าดินและภูมิอากาศมีลักษณะใกล้เคียงกับบอร์กโดซ์มาก
คือเป็นภูมิอากาศแบบ Maritime หรือ Temperate มีแสงแดดเจิดจ้า สลับกับลมเย็นจากหุบเขาที่จะพัดผ่านลงสู่ทะเลในเวลากลางคืน ขณะเดียวกันก็มีลมอุ่นจากทะเลพัดเข้าหาฝั่งในเวลากลางวัน ทำให้ตอนกลางคืนหนาวเย็น แต่กลางวันร้อน ทำให้องุ่นมีความหนักแน่นของแอสิด และน้ำตาลค่อนข้างสูง

ออร์เนลลายา
บริษัท เตนูตา เดล ลอร์เนลลายา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในเดือนมีนาคมปี 1999 เมื่อโรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์ เข้ามาถือหุ้นส่วนหนึ่ง ก่อนจะได้เป็นเจ้าของทั้งหมดในปี 2002
ต่อมาเจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์ ขายหุ้น 50% ให้ มาร์เคซี เด เฟรสโกบัลดี (Marchesi de Frescobaldi) ผู้ผลิตไวน์รายใหญ่และเก่าแก่แห่งเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากนั้นในเดือนเมษายน 2005 เฟรสโกบัลดีก็ได้เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
มาสเซโต นั้นหลายคนตั้งฉายาว่า “เปตรุสแห่งอิตาลี” จากการที่ใช้องุ่นแมร์กโลต์ (Merlot) เหมือนกับชาโต เปตรุส (Chateau Petrus) ไวน์แพงระดับต้นๆ ของฝรั่งเศส ผลิตวินเทจแรกคือ 1987 ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ตัวแรกที่ได้ 100 คะแนนเต็ม 2 ปีติดต่อกัน จากโรเบิร์ต ปาร์คเกอร์ (Robert Parker) นักชิมไวน์ชื่อดัง คือวินเทจ 2015 และ 2016

องุ่นแมร์กโลต์
ไร่มาสเซโต
หินในไร่ของมาสเซโต
บริษัท เตนูตา เดล ลอร์เนลลายา ทำ ออร์เนลลายา ในปี 1985 ตามด้วย มาสเซโต ในปี 1987 โดยฝีมือของอังเดร เชลิสท์เชฟ (Andre Tchelistcheff) ไวน์เมกเกอร์ “จอมขมังเวทย์” ใช้องุ่นแมร์กโลต์จากไร่ขนาด 7 เฮกตาร์ ซึ่งดินมีส่วนผสมของดินเหนียวสีน้ำเงิน (Blue Clay) คล้ายในปอเมอฮรอล (Pomerol) และชั้นดินเหนียวในบางพื้นที่มีความแข็งเหมือนหิน และดูเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง
คำในภาษาอิตาลีที่แปลว่าหินคือ Masso ดังนั้น ชื่อ Masseto จึงหมายถึงที่ดินแปลงนี้โดยเฉพาะ
มาสเซโต ราชาแห่งซูเปอร์ ทัสกัน
อย่างที่กล่าวในตอนแรก ณ เวลานี้เจ้าของไวน์ซูเปอร์ ทัสกันทั้งหลายคงนอนตาไม่หลับเพราะเกรงขโมย สะดุ้งมากที่สุดน่าจะเป็น ออร์เนลลายา และ มาสเซโต ซึ่งราคาสูงและเป็นที่ต้องการมาก
อย่ากระนั้นเลยเรามาชิม “มาสเซโต” และ “ออร์เนลลายา” แถมด้วย “ซาสสิกายยา” ตัวท็อปของอันติโนริที่รอดจากการถูกขโมย!
มาสเซโต ทอสกานา ไอจีที 2019 (Masseto Toscana IGT 2019) วินเทจนี้ได้ชื่อว่าเป็นวินเทจแรกที่มีการใช้กาแบร์กเนต์ ฟรอง เบลนด์ด้วย 10% ที่เหลือเป็นแมร์กโลต์ 90% บ่มโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 24 เดือน บ่มในขวดอีก 12 เดือน แอลกอฮอล์ 14.5%
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส หอมกลิ่นผลไม้สุก พลัม เชอร์รี แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ ราสพ์เบอร์รี มิเนอรัล ดอกไวโอเล็ต แบล็คช็อกโกแลต มะกอกดำ ซีดาร์ กราไฟต์ ใบยาสูบ หนังสัตว์ใหม่ๆ สไปซีเฮิร์บ โป๊ยกั๊ก อบเชย โรสแมร์รี มินต์ สโมคกี้โอ๊ค วานิลลา
- ฟูลบอดี้ แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นเนียน จบยาวด้วยผลไม้สุก มิเนอรัล วานิลลา สโมคกี้โอ๊ค สไปซีเฮิร์บ
- ยังไม่เปิดตัวเต็มที่นัก น่าจะอีกสัก 4-5 ปีจึงจะดื่มอร่อย แต่ถ้าจะดื่มในตอนนี้ ควรดีแคนต์หรือเปิดล่วงหน้าสัก 2 ชั่วโมง
- 19.75/20 คะแนน
เตนูตา เดล ลอร์เนลลายา “ออร์เนลลายา” โบลเกรี ดีโอซี ซูเปริโอเร 2017 (Tenuta dell’Ornellaia “Ornellaia” Bolgheri DOC Superiore 2017) : วินเทจนี้เรียกว่า “โซลาเร” (Solare) ออกแบบฉลากโดยโทมัส ซาราเซโน (Tomás Saraceno) ศิลปินชาวอาร์เจนตินา โดย 1 ลังจะได้ฉลากพิเศษนี้ 1 ขวดที่เหลือเป็นฉลากปกติ
ออร์เนลลายา 2017 เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 65% แมร์กโลต์ 25% เปอตีต์ แวร์กโดต์ และกาแบร์กเนต์ ฟรอง 10% หมักในถังสเตนเลสและซีเมนต์
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี พลัม แบล็คเชอร์รี โอ๊คหอมกรุ่น สไปซีเฮิร์บ ชะเอมเทศ ยี่หร่า วานิลลา ใบยาสูบ หนังสัตว์ วอลนัท มะกอกดำ ซีดาร์ มอคคา
- แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นนุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้ ชะเอมเทศ โอ๊ค
- ยังไม่เปิดตัวเต็มที่นัก น่าจะเริ่มดื่มได้ในอีกประมาณ 3-4 ปีข้างหน้า
- 19.5/20 คะแนน
เตนูตา ซาน กุยโด “ซาสสิกายยา” โบลเกรี ซาสสิกายยา ดีโอซี, ทัสกานี 2015 (Tenuta San Guido “Sassicaia” Bolgheri Sassicaia DOC,Tuscany 2015) : เรียกกันสั้นๆ ว่า “ซาสสิกายยา”
วินเทจนี้ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในการจัดอันดับท็อป 100 ไวน์ยอดเยี่ยมของนิตยสารไวน์ สเปกเตเตอร์ ปี 2018 (Wine Spectator Top 100 of 2018)
ซาสสิกายยา 2015 ทำจากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง และกาแบร์เนต์ ฟรอง ในอัตรา 85-15% ตามลำดับ หลังหมักแบบมาโลแลคติก (Malolactic Fermentation) จึงบ่ม 2 ปีในถังโอ๊คฝรั่งเศสก่อนบรรจุขวด เป็นไวน์ “Elegant & Complex & Rich”
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส ฟรุตตี้ผสมผสานกันระหว่างผลไม้เปลือกดำและเปลือกแดง เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ เรดเชอร์รี บลูเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี ซีดาร์ กล่องซิการ์ หนังสัตว์ ดอกไม้แห้งๆ มิเนอรัล ครีมมี สโมคกี้ เมล็ดกาแฟคั่ว สไปซีเฮิร์บ กรีนเปปเปอร์ อบเชย ชะเอมเทศ ใบเบย์
- แอสิดสดชื่น แทนนินเนียน จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล และเฮิร์บ
- สามารถดื่มได้ในเวลานี้ ดีแคนต์หรือเปิดล่วงหน้าสัก 1.30 ชั่วโมง
- 19.75/20 คะแนน
มีคนถามว่าไวน์ติญญาเนลโล,โซลายาและกวาโด อัล ทัสโซ ที่ถูกโจรกรรมนั้นจะมีโอกาสหลุดรอดมาถึงเมืองไทยหรือไม่?
ตอบว่าคงยาก… เพราะด้วยความเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ การล้วงคองูเห่าแบบนี้จบไม่สวยแน่นอน!