การเมือง – ม็อบเหิมนัดบุกราบ11เสาร์นี้ ตร.เตือนโทษถึงคุก ผบ.ตร.สั่งงัดแผนเผชิญหน้า

0
7

วันศุกร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ม็อบเหิมนัดบุกราบ11เสาร์นี้

ตร.เตือนโทษถึงคุก

ผบ.ตร.สั่งงัดแผนเผชิญหน้า

พบทำผิดให้ตะครุบตัวทันที

ยธ.สั่งเด้งผบ.คุกปมเผาป้าย

ส่ง‘แอมมี่’เข้าเรือนจำพิเศษฯ

‘เพนกวิน’ชวดประกันหนที่4

ตำรวจนครบาล แจ้งเตือนการเข้าร่วมชุมนุมบริเวณโลตัสรังสิต ที่นัดเคลื่อนพล บุกราบ 11 และบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 6 มีนาคมนี้เข้าข่ายความผิดหลายข้อหา มีโทษทั้งจำและปรับ ด้าน ผบ.ตร.สั่งเตรียมแผนรับมือหากพบผิดให้ตะครุบตัวทันที ส่วนพนักงานสอบสวนขยายผลสอบ”แอมมี่”มือเผาป้ายหน้าคุก ยังไม่ชัดสาวผู้ใกล้ชิดโดนรวมหรือไม่ ราชฑัณฑ์สั่งเด้ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า เนื่องจากมีการประกาศผ่านโซเชียลต่างๆ นัดหมายชุมนุมของ กลุ่มแนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 ที่บริเวณโลตัสรังสิต และเคลื่อนขบวนมาที่บริเวณกรมทหารราบที่ 11 ในวันเสาร์ที่ 6 มี.ค.64 ในเวลา 13.00 น. และกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 6 มี.ค.64 ในเวลา 17.00 น. เป็นต้นไปนั้น จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่จะมาเข้าร่วมการชุมนุมในวันเวลาดังกล่าวทราบว่าอาจมีความผิดและได้รับโทษตามกฎหมาย

ประกอบด้วยข้อหา 1. การร่วมกันชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกาหนด เป็นความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40 000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, 2.การกระทำใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ที่เป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นการกระทาความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34( 51 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20 000 บาท, 3.ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกาลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทาความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 200 บาท , 4.ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยกระทาการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , 5. เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไป แล้วผู้ใดไม่เลิก เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , 6. ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์สินให้เกิดความเสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 140,000 บาท , 7.การทาให้ทรัพย์สินสาธารณะประโยชน์เสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ชุมนุมแยกลาดพร้าวไปศาลอาญา

ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า กลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นกลุ่ม REDEM ได้ส่งข้อความผ่าน เทเลแกรม “FreeYouth” ระบุว่า ผลสรุปความเห็น 2,286 เสียง จาก 4,810 เสียง นัดชุมนุมมวลชน REDEM ในวันที่ 6 มี.ค.นี้ ที่บริเวณ5แยกลาดพร้าว ไปศาลอาญารัชดา โดยจะมีการขนขยะมาทิ้งที่หน้าศาลด้วย

ปลัดยธ.เด้งผบ.คุกปมเผาหน้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่ 75/2564 ให้นายวิชัย โชติปฏิเวชกุล ตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ไปปฏิบัติราชการประจำกรมราชทัณฑ์ ในหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์และมอบหมายให้นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ทั้งนี้ การโยกย้ายครั้งนี้เกิดจากเกิดเหตุเผาทำลายทรัพย์หน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 28ก.พ.ที่ผ่านมา

ตำรวจสอบปากคำ”แอมมี่”

วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) พ.ต.ต.หัสนัย เฟื่องสังข์ สว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น พร้อมทีมพนักงานสอบสวน เดินทางมาเพื่อตรวจสอบอาการป่วยของนายไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ หลังจากที่เมื่อคืนมีการพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ตกจากที่สูง

โดย พ.ต.ต.หัสนัย กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องมีการสอบสวนนายไชยอมร เพิ่มเติม หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้มีการสอบสวนไปหลายประเด็นแล้ว เบื้องต้นผู้ต้องหาให้ความร่วมมือดี แต่ยังมีอาการวิตกกังวลอยู่บ้าง ส่วนการเคลื่อนไหวสามารถขยับตัวได้แล้ว เพราะอาการบาดเจ็บไม่สาหัส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอบถามความเห็นของแพทย์ว่าสามารถนำตัวออกจากโรงพยาบาลได้ไหม ถ้าแพทย์ระบุว่า สามารถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลได้แล้วก็จะมีการควบคุมตัวออกไป ส่วนสถานที่ต้องรอการพิจารณาของศาลว่าจะมีการควบคุมตัวต่อในที่ใด

ต่อมา มารดาของ นายไชยอมร ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้แอมมี่เกิดอาการบาดเจ็บจากแผลผ่าตัดช่องท้องครั้งก่อน จึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ในส่วนขั้นตอนของการขอยื่นประกันตัวอยู่ระหว่างปรึกษากับทางทนายความที่กำลังดำเนินการอยู่

แม่”แอมมี่”อยากให้นอนรพ.

อย่างไรก็ตาม มารดาของนายไชยอมร ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการควบคุมตัวหญิงรายหนึ่งที่มีข่าวว่าเป็นแฟนของลูกชาย โดยปฏิเสธว่าลูกชายยังไม่ได้มีแฟนใหม่ หลังจากที่มีการเลิกรากับภรรยาเก่าไป ส่วนตัวอยากให้ลูกหยุดพักรักษาตัวภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลตำรวจในช่วงของการฝากขังของพนักงานสอบสวน

มีรายงานข่าวว่า พนักงานสอบสวนที่จะเข้าสอบปากคำแอมมี่เพิ่มเติม จะเป็นประเด็นที่เมื่อวานนี้ แอมมี่ ได้โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ในทำนองให้การรับสารภาพว่า เหตุการณ์วางเพลิงเผาทรัพย์ ตนเองเป็นผู้ลงมือแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

ตร.ยังไม่สอบเพื่อนสาวแอมมี่

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเพื่อนสาวคนสนิท ของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ ผู้ที่ร่วมก่อเหตุวางเพลิงบริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรม ได้เพิ่มเติมอีก 1 ราย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะกำลังจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค.ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล เรื่องดังกล่าวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า แฟนสาวของนายไชยอมรจะเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับหรือไม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและเป็นข้อมูลสำคัญในสำนวนคดี

รอส่งตัวเข้าเรือนจำ

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับผู้ใดเพิ่มเติม อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และระบุถึงตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดให้ชัดเจน รวมทั้งต้องตรวจสอบพยานหลักฐานของกลางในที่เกิดเหตุ ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ส่วนนำตัวนายไชยอมร ผู้ต้องหาที่ควบคุมอยู่รพ.ตำรวจไปส่งที่เรือนจำ อยู่ระหว่างการรอให้แพทย์เจ้าของไข้ทำหนังสือยืนยันอาการป่วยว่า สามารถนำไปส่งยังเรือนจำได้แล้วหรือยัง หากแพทย์เจ้าของไข้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำหนังสือดังกล่าวไปแจ้งต่อศาล จากนั้น นำตัวไปส่งให้ทางเรือนจำทันที

มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ไปถึง ผบก.น.1-9 ว่า ให้ดำเนินการวางแผนเผชิญเหตุและป้องกันเหตุจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากอาจมีกลุ่มบุคคลทำพฤติกรรมเลียนแบบ จึงแจ้งเตือนให้แต่ละหน่วยเฝ้าระวังกำชับให้สถานีตำรวจดูแลอย่าให้มีเหตุเกิดขึ้น และให้รีบดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

วันเดียวกันที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ หรือเพนกวิ้น เดินทางมา ขอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว บุตรชายระหว่างพิจารณาคดีเป็นครั้งที่4 แต่ทางศาลได้ยกคำร้องการขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุยังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม